ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อย่างไรให้เหมาะสม

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา


วันที่อัพเดท

เลือกหัวข้อที่สนใจเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

หากใครที่กำลังมีปัญหาต่างๆใต้ตา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาใต้ตาลึก ตาโหล ขอบตาดำ ถุงใต้ตาที่ตรงจุด ให้ได้ผลลัพธ์รวดเร็ว แนะนำแก้ไขปัญหาด้วยการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เพื่อเติมเต็มให้ริ้วรอยดูเต่งตึงขึ้น ริ้วรอยต่างๆดูตื้นขึ้น รวมถึงช่วยให้รอยคล้ำใต้ตาจางลง แต่ในปัจจุบันฟิลเลอร์มีให้เลือกหลายยี่ห้อ ซึ่งสงสัยกันหรือไม่ว่าแต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร ในบทความนี้คุณหมอมีคำแนะนำเชิงลึกมาฝาก ใครอยากทราบรายละเอียดแล้วตามมาดูกันเลย

ปัญหาใต้ตาคล้ำ เกิดจากอะไร

ขอบตาคล้ำเป็นปัญหาพบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย ซึ่งเป็นปัญหาที่มีคนมาปรึกษาหมอมากที่สุดอีกปัญหาหนึ่งก็ว่าได้ ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุดังนี้

  1. เส้นเลือดรอบดวงตาไหลเวียนไม่สะดวก จึงทำให้มีเลือดคั่งอยู่บริเวณผิวใต้ เนื่องจากมีภาวะของโรคภูมิแพ้
  2. เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนที่รวดเร็ว ในช่วงที่มีประจำเดือน หรือช่วงตั้งครรภ์อาจส่งผลต่อการขยายตัวของเส้นเลือดจนเกิดเป็นรอยคล้ำใต้ตา
  3. การอดนอนหรือการพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นระยะเวลานานๆ ส่งผลให้ผิวใต้ตาซีดลง และทำให้มีสารน้ำคั่งบริเวณใต้ตา จนส่งผลทำให้เกิดเป็นรอยคล้ำใต้ตา หรือเห็นเส้นเลือดใต้ตาอย่างชัดเจน
  4. อายุที่มากขึ้น อาจทำให้โครงสร้างของผิวใต้ดวงตายุบตัวลง เนื่องจากสูญเสียคอลลาเจน และทำให้ผิวบางลงจนเกินเป็นรอยคล้ำใต้ตาได้
  5. กรรมพันธุ์ เป็นสาเหตุหลักๆที่อาจส่งผลทำให้ผิวหนังใต้ตามีความดำคล้ำได้ โดยเฉพาะพันธุกรรมที่ไร้รับมาจากครอบครัว ที่มีโครงหน้าเป็นลักษณะเบ้าตาลึก ซึ่งเมื่อมีแสงตกกระทบจะทำให้ขอบตาดูดำมากกว่าคนปกติ
  6. ขยี้ตาบ่อยๆ การขยี้ตาบ่อยๆอาจทำให้ร่างกายมีการสร้างเม็ดสีเมลานินบริเวณใต้ตาแบบไม่รู้ตัว ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดริ้วรอยใต้ตา และขอบตาดำได้โดยไม่รู้ตัว
  7. สูบหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เป็นสาเหตุทำให้เส้นเลือดเกิดการขยายตัว จนเกิดเป็นรอยคล้ำใต้ตาที่เห็นได้อย่างชัดเจน

ฟิลเลอร์ใต้ตา (under eye filler ) คืออะไร

ฟิลเลอร์ใต้ตา คือ การทำหัตถการฉีดสารเติมเต็มที่มีชื่อว่าไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic acid) หรือสาร HA ซึ่งเป็นสารอุ้มน้ำที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเลียนแบบคอลลาเจนที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติในผิวหนัง ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น ยืดหยุ่นได้ดี และมีความแข็งแรง โดยฉีดเข้าสู่ใต้ผิวหนังตรงบริเวณใต้ตา เพื่อแก้ไขปัญหากระดูกจะยุบตัวลงจากการที่มีอายุเพิ่มมากขึ้น ส่งผลทำให้ผิวหนังบางลง จนเห็นความหย่อนคล้อย เกิดเป็นปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่นใต้ตา หรือถุงใต้ตา มีใต้ตาร่องลึก ทำให้ใต้ตาคล้ำ ใบหน้าดูโทรม ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์จะช่วยปรับให้ร่องลึกใต้ตาตื้นขึ้น ใต้ตากลับมาสดใส ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น

วิธีแก้ปัญหาริ้วรอย ใต้ตาคล้ำ ถุงใต้ตา

การแก้ไขปัญหาริ้วรอยใต้ดวงตาสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งวิธีที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง และวิธีที่ต้องให้หัตถการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งวิธีที่หมอมักจะแนะนำมีดังนี้

  1. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เนื่องจากฟิลเลอร์เป็นสายเติมเต็มที่มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ ดังนั้นจึงสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นให้กับผิวได้ รวมถึงยังช่วยทำให้ผิวมีความหนาขึ้นแข็งแรงขึ้นทันทีหลังการฉีด จึงเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
  2. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ยิ่งส่งผลให้เกิดริ้วรอยใต้ตา ไม่ว่าจะเป็นการขยี้ตา การเช็ดเครื่องสำอาง เพื่อลดการเสียดสีบริเวณรอบดวงตา
  3. การทาครีมบำรุงรอบดวงตา การทาครีมรอบดวงตาที่มีส่วนประกอบของมอยส์เจอไรเซอร์ จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวรอบดวงตา ซึ่งสามารถลดเลือนริ้วรอยใต้ตาได้ แต่อาจจะต้องใช้ระยะเวลาสักพักจึงจะเป็นผลที่ชัดเจน
  4. การมาส์กใต้ตา เป็นวิธีที่จะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว โดยเฉพาะมาส์กใต้ตาที่มีสารสกัดจากธรรมชาติเช่น แตงกวา มะเขือเทศ ใบบัวบก และไข่ขาวเป็นต้น ซึ่งจะช่วยทำให้ริ้วรอยต่างๆค่อยๆจางลง และเมื่อทำอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ใต้ตามีความกระจ่างใสขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

ฟิลเลอร์ใต้ตา-ช่วยเรื่องไหนบ้าง

หลายคนสงสัยว่าทำไมการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาถึงได้รับความนิยมสูงมาก นั่นเป็นเพราะการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถช่วยแก้ไขปัญหาใต้ตาได้อย่างครอบคลุม เช่น

  1. ช่วยแก้ปัญหาตาลึกโหล ร่องน้ำตา ร่องใต้ตาลึก เพราะเนื่องจากฟิลเลอร์จะเข้าไปช่วยพยุงผิว และทดแทนไขมันที่ขาดหายไป
  2. ช่วยแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ เนื่องจากฟิลเลอร์จะช่วยเสริมให้ผิวมีความหนาขึ้น และช่วยยกผิวให้ห่างจากหลอดเลือดใต้ผิวหนังจึงทำให้รอยคล้ำใต้ตาดูจางลง
  3. ช่วยปรับโหงวเฮ้งของใบหน้าให้ดีขึ้น เนื่องจากตามตำราโหงวเฮ้งตาที่ดีจะต้องดูเต็ม ไม่มีความหมองคล้ำ เรียบเนียนเปล่งปลั่งไม่มีริ้วรอย เพื่อเสริมความโชคดีตามความเชื่อส่วนบุคคล
  4. ช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึกและริ้วรอยเล็กๆ ใต้ตาให้ตื้นขึ้น ทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น
  5. ช่วยแก้ไขปัญหาถุงใต้ตา และช่วยเติมฐานกระดูก หรือทดแทนไขมันที่หายไปตามอายุได้

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เหมาะกับใคร?

ถึงแม้ว่าการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะเป็นวิธีที่เห็นผลลัพธ์รวดเร็วและมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะเหมาะสมกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ดังนั้นลองมาดูกันว่าใครบ้างที่หมอพิจรานาแล้วเห็นว่าเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา และไม่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
คนที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

  1. เหมาะกับผู้ที่มีผิวใต้ตาหย่อนคล้อย เหี่ยวย่น มีริ้วรอยอย่างเห็นได้ชัด
  2. เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาแต่กังวลไม่อยากผ่าตัด
  3. เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การแก้ไขปัญหาใต้ตาแบบเร่งด่วน
  4. เหมาะสำหรับผู้ที่มีใต้ตาดำจากโรคภูมิแพ้หรือพันธุกรรม และต้องการปรับให้ใต้ตาสว่างขึ้น
  5. เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาเบ้าตาลึก ตาโบ๋ จากการยุบตัวของกระดูกเบ้าตาอย่างตรงจุด
  6. เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาพักฟื้น เนื่องจากการฉีดฟิลเลอร์สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันที มีอาการบวมช้ำน้อย จึงไม่จำเป็นต้องพักฟื้น

คนที่ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ผู้ที่ไม่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
  1. ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์และอยู่ในภาวะให้นมบุตร
  2. ผู้ที่มีปัญหาเลือดออก เลือดหยุดยาก หรือผู้ที่มีแผลฟกช้ำง่าย
  3. ผู้ที่ได้รับการยืนยันจากแพทย์ว่ามีอาการแพ้สารไฮยาลูรอนิค แอซิด
  4. ผู้ที่มีแผลในบริเวณที่จะฉีด ซึ่งอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้

ฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไปฟิลเลอร์จะมีอายุของการคงสภาพอยู่ที่ 6-24 ซึ่งการคงสภาพผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์ของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเช่น ยี่ห้อของฟิลเลอร์ รุ่นที่ใช้ เทคนิคของแพทย์และการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายหรือไม่?

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอาจทำให้หลายๆคนมีความกังวลเนื่องจากเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย แต่หากเลือกใช้ฟิลเลอร์แท้ที่เป็นสารสกัดจากไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic acid) ซึ่งสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติโดยไม่ตกค้าง ทำหัตถการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ ใช้เทคนิคที่ถูกต้อง ทำหัตถการในคลินิกที่ได้มาตรฐานก็จะสามารถให้ผลลัพธ์ที่ความปลอดภัยได้

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา VS เติมไขมันใต้ตา เลือกแบบไหนดี

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นการเติมสารไฮยาลูรอนิค แอซิด ซึ่งเป็นสารที่ถูกสร้างเรียนแบบสารธรรมชาติชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในร่างกาย อย่างคอลลาเจนถูกผลิตขึ้นบริเวณผิวหนังชั้นใน (Dermis) เข้าไปตรงบริเวณใต้ตาที่มีปัญหาริ้วรอย เพื่อลดริ้วรอยต่างๆ แก้ปัญหา ใต้ตาดำคล้ำ ถุงใต้ตา ช่วยเติมเต็มร่องลึกใต้ตา ทำให้ใบหน้ากลับมาสดใสดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาพักฟื้น ต้องการเห็นผลลัพธ์ทันที และไม่ต้องการรู้สึกเจ็บหลายตำแหน่ง

ฉีดไขมันใต้ตา

การฉีดไขมันใต้ตาเป็นการใช้ไขมันของตัวเองมาสกัดเพื่อให้ได้ไขมันที่ดีที่สุด แล้วนำมาฉีดเข้าไปบริเวณใต้ตา ซึ่งเทคนิคนี้จะช่วยลดปัญหาการอักเสบ การแพ้สาร และ ติดเชื้อได้เนื่องจากเป็นไขมันจากร่างกายตัวเอง แต่อาจจะยังไม่เห็นผลลัพธ์ในทันที เนื่องจากหลังการฉีดจะมีอาการบวมช้ำอยู่ และอาจจะต้องแลกกับความเจ็บหลายจุดในร่างกายเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ อีกทั้งยังต้องลุ้นหลังการฉีดว่าไขมันจะติดดี มีความเรียบเนียนหรือไม่

ข้อดีของฟิลเลอร์ใต้ตา

  1. เห็นผลลัพธ์ทันทีโดย ไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น
  2. หลังทำไม่ต้องเสี่ยงกับรอยแผลเป็น ไม่ต้องดูแลทำความสะอาดแผลให้ยุ่งยาก เนื่องจากไม่ใช่การผ่าตัด
  3. สามารถทำได้ง่าย ประหยัดเวลา สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  4. ตัวฟิลเลอร์มีคุณสมบัติในการแก้ไขปัญหาใต้ตาได้อย่างครอบคลุม
  5. เกลี่ยง่าย สามารถปั่นทรงได้ตามต้องการ ผลลัพธ์ที่เรียบเนียนไม่เป็นคลื่น

อาการและผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

อาการและผลข้างเคียงทั่วไปหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คือจะมีอาการบวมแดง หรือเขียวช้ำ และปวดตามรอยเข็มที่มีการเนื้อฟิลเลอร์ฉีดเข้าไป แต่อาการเหล่านี้จะค่อยๆดีขึ้นและหายเป็นปกติได้เองภายใน 2-3 วัน และหลังจากนั้นฟิลเลอร์จะเริ่มเข้าที่ยุบบวม 100% โดยใช้เวลาประมาณ 2 -4 สัปดาห์
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นก้อน เกิดจากอะไร
เนื่องจากผิวหนังใต้ตาอาจมีความบางกว่าบริเวณอื่นๆ ทำให้หลังการฉีดสามารถเห็นเป็นก้อนได้ง่าย ซึ่งสาเหตุที่มักพบบ่อยได้แก่

  1. เกิดจากการที่แพทย์ไม่มีประสบการณ์มากพอจึงฉีดในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมหรือฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินไป
  2. แพทย์อาจฉีดบริเวณใต้ชั้นผิวที่ตื้นเกินไปมาก จึงทำให้เวลายิ้มกล้ามเนื้อนั้นหดตัวจึงทำให้ฟิลเลอร์ดันให้เห็นเป็นก้อนได้
  3. ฟิลเลอร์ที่ใช้มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมกับการฉีดบริเวณใต้ตา หลังการฉีดจึงให้ผลลัพธ์ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ
  4. ฟิลเลอร์ที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อ ส่งผลทำให้ใต้ตาบวมเป็นก้อนได้

หยุดเติมฟิลเลอร์ใต้ตา แล้วใต้ตาจะกลับมาคล้ำไหม

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นการช่วยพยุงผิวให้มีความอิ่มฟู ชุ่มชื้นมีชีวิตชีวา และช่วยแก้ไขปัญหาใต้ตาคล้ำได้ แต่ตัวฟิลเลอร์เป็นสารสกัดที่สามารถย่อยสลายไปได้เองตามธรรมชาติ 100% ดังนั้น หากมีการหยุดฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานานจนเกินไป ก็อาจทำให้ริ้วรอย และความหมองคล้ำรอบดวงตากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา มีความเสี่ยงทำให้ตาบอดจริงไหม?

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามีความเสี่ยงทำให้ตาบอดจริง ถึงแม้ว่าตัวยาจะมีความปลอดภัยสูง และไม่มีความเสี่ยงที่ทำให้เกิดตาบอดได้ แต่ฉีดกับแพทย์ที่ขาดความชำนาญโดยขาดความเข้าใจในเรื่องของสรีรวิทยา ก็อาจฉีดเข้าผิดจุดหรือพลาดโดนเส้นเลือด ซึ่งทำให้เกิดการอุดตันถึงขั้นตาบอดได้

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
  1. ควรเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ด้วยตัวเอง เพื่อการประเมินที่ถูกต้อง เพราะแต่ละเคสจะมีแนวการรักษาและแก้ไขที่ไม่เหมือนกัน
  2. งดทานวิตามินทุกชนิดที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น วิตามินอีน้ำมันอิฟนิ่งพริมโรส สารสกัดจากโสม น้ำมันปลา ขิง กระเทียม ใบแปะก๊วย ก่อนการฉีดฟิลเลอร์อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  3. งดยาบางชนิดที่อาจทำให้มีการเขียนช้ำมากกว่าปกติ เช่น ยากลุ่มยาแอสไพริน หรือ ยากลุ่มต้านการอักเสบ NSAIDs ได้แก่ Ibuprofen, Naproxen เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์
  4. งดการห้ามนวดหน้า ทรีตเมนต์ แว็กซ์ผิวหน้า หรือการทำเลเซอร์ที่ใช้ความร้อนกับผิวเป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  5. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดการสูบบุหรี่ อย่างน้อย 1 – 3 วันเนื่องจากเป็นตัวกระตุ้นทำให้เส้นเลือดมีการขยายตัว ส่งผลต่ออาการบวมช้ำได้
  6. งดการแต่งหน้าในวันที่จะเข้ารับหัตถการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เพื่อป้องกันสารปนเปื้อน และลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาครั้งแรก มีขั้นตอนอย่างไร ?

หลายคนที่ยังไม่เคยฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามาก่อน และต้องการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นครั้งแรก เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีหมอมีข้อแนะนำดังนี้

  1. ควรมีการศึกษาหาข้อมูลของฟิลเลอร์ด้วยตัวเอง เพื่อให้มีความรู้พื้นฐานก่อนไปปรึกษาแพทย์
  2. ควรเข้ารับปรึกษาปัญหากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยตัวเอง เพื่อให้แพทย์ทำการประเมินเลือกใช้ฟิลเลอร์ และปริมาณที่เหมาะสม
  3. ทำความสะอาดผิวหน้า จากนั้นผู้เชี่ยวชาญจะทำการทายาชาบริเวณใต้ตาทิ้งไว้ 30-40 นาที เพื่อลดความรู้สึกเจ็บในขณะทำหัตถการ
  4. แพทย์จะใช้เวลาในการฉีดประมาณ 20-30 นาที ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของแต่ละเคส
  5. หลังหัตถการทีมแพทย์จะทำความสะอาดให้อีกครั้งเป็นอันเสร็จ ข้อปฏิบัติหลังฉีด filler ใต้ตา
    หลังการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอาจมีอาการบวมช้ำจากรอยเข็ม และตัวฟิลเลอร์ก็อาจจะยังไม่เซ็ตตัว ดังนั้นจึงควรมีการดูแลตัวเองให้ถูกต้องตามข้อปฏิบัติดังต่อไปนี้
  6. งดทาครีมบริเวณรอยเข็ม 1 คืน จากนั้นสามารถโดนน้ำได้ปกติ แล้วรีบเช็ดให้แห้งสนิท
  7. หลังฉีดไม่ควรกด แกะ เกา บีบนวด ปรับแต่งทรง หรือปั้นเอง เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบ และฟิลเลอร์เสียทรงได้
  8. หากมีอาการบวมสามารถประคบเย็นได้ แต่ควรประคบเบาๆ ไม่ควรกดแรงๆ
  9. หลังการฉีดควรหลีกเลี่ยงการออกแดด หรือการอยู่ในที่ร้อน แนะนำให้อยู่ในห้องแอร์ที่อุณหภูมิ 18-23 °C
  10. งดการออกกำลังกายหนักทุกประเภท รวมถึงการว่ายน้ำ เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อได้ง่าย
  11. ดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เพื่อให้ฟิลเลอร์ฟูเป็นธรรมชาติ

ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา-ข้อควรปฏิบัติ
  1. ห้ามอยู่ในที่มีแสงแดดจัด หรือมีสภาพอากาศที่ร้อนอุณหภูมิสูง โดยเฉพาะในช่วง 48 ชั่วโมงแรก
  2. ห้ามสัมผัส หรือขยี้บริเวณใต้ตาอย่างเด็ดขาด
  3. ห้ามล้างหน้าในช่วง 12 ชม. เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  4. ห้ามทำเลเซอร์ ทรีทเม้น อบซาวน่า นั่งหน้าเต่าปิ้งย่างร้อนๆ 1 เดือนหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
  5. ห้ามขยับใบหน้าในบริเวณที่ฉีดมากเกินไปในช่วงแรก เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ผิดตำแหน่งได้
  6. ห้ามสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  7. ห้ามรับประทานอาหารสุกๆดิบ อาหารหมักดอง และอาหารที่มีรสจัด

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่กังนัมคลินิก ดีอย่างไร?

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่กังนัมคลินิก เรามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านการฉีดฟิลเลอร์โดยเฉพาะ ทำให้สามารถช่วยแก้ปัญหาใต้ตาของคนไข้ได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาถุงใต้ตา เติมเต็มฐานกระดูกได้อย่างธรรมชาติ โดยการเลือกใช้ยี่ห้อและรุ่นของให้ตรงตามปัญหาของคนไข้มากที่สุด เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด ซึ่งฟิลเลอร์ที่กังนัมคลินิกเลือกใช้เป็นฟิลเลอร์แท้ที่มีการเข้ากับตัวแทนอย่างถูกต้อง

ดังนั้นคนไข้จึงหมดความกังวลในเรื่องของฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานไปได้เลย เพราะการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่กังนัมคลินิกสามารถย่อยสลายได้เอง 100% นอกจากนี้หลังทำหัตถการคนไข้จะได้รับการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา รีวิว

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ราคา และ โปรโมชั่น

ราคาฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาของแต่ละคลินิกจะมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่น ปริมาณ และยี่ห้อที่เลือกใช้ ซึ่งราคาโปรโมชั่นสำหรับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาของกังนัมคลินิกจะเริ่มต้น 10,662 บาท

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา (FAQs)

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเจ็บไหม? ใช้ยาชาหรือไม่?

โดยส่วนมากก่อนการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาทุกครั้ง แพทย์จะมีการทายาชาให้ก่อนฉีดเพื่อบรรเทาความเจ็บให้น้อยลง แต่ในบางคนที่มีการฉีดเป็นประจำก็อาจไม่ต้องใช้ยาชา เนื่องจากในเนื้อฟิลเลอร์จะมีส่วนผสมของยาชาอยู่แล้ว ทำให้คนไข้อาจรับรู้ถึงความเจ็บได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ต้องใช้กี่ CC อยู่ได้นานกี่เดือน

จำนวนฟิลเลอร์ที่ใช้ในแต่ละเคสจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการเนื้อฟิลเลอร์และปัญหาของแต่ละบุคคล เช่นใต้ตาลึก มีกระดูกใต้ตา ร่องตายุบตัวมาก มีอายุเยอะ จะใช้ฟิลเลอร์มากขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะใช้ 1-2 CC ต่อข้างเท่านั้น

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา บวมกี่วัน

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอาจมีอาการบวมหรือเขียวช้ำได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดจากรอยเข็ม โดยเฉพาะในช่วง 1-3 วันแรก และอาการบวมจะค่อยๆดีขึ้นภายใน 7 วัน

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา กี่วันเห็นผล

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถเห็นผลได้ทันที แต่เนื้อฟิลเลอร์จะเริ่มมีการเซ็ทตัวเข้าที่ภายใน 2 สัปดาห์ และให้ผลลัพธ์ที่มีความเป็นธรรมชาติกลืนไปกับผิว โดยใช้เวลาประมาณ 1 เดือน

สรุปบทความฟิลเลอร์ใต้ตา

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นการฉีดผิวบริเวณใต้ตาที่เป็นจุดมีความบอบบางมากที่สุด ดังนั้นจึงมีโอกาสบวมช้ำได้ง่าย ที่สำคัญผิวหนังบริเวณใต้ตาเป็นอวัยวะสำคัญของดวงตา จึงควรหัตถการโดยแพทย์ที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เพื่อช่วยวิเคราะห์ใบหน้าและใช้ปริมาณได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะสามารถช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด บวมน้อย ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัย ดูเป็นธรรมชาติไม่เป็นก้อน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

ติดต่อโดยตรงที่กังนัมคลินิก Gangnam Clinic ทุกสาขาใกล้บ้านท่าน
Facebook : https://www.facebook.com/
Instagram :
Line Official Account :
Call Center ของ Gangnam Clinic :
เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างดี ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ขอบคุณข้อมูลจาก: Healthline, Web MD, Vogue