ฉีดฟิลเลอร์ปาก แบบไหนดี

ฉีดฟิลเลอร์ปาก


วันที่อัพเดท

การฉีดฟิลเลอร์ปาก เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่จะช่วยปรับรูปทรงปากให้มีความสมมาตร ดูอวบอิ่ม มีขอบปากชัด ได้รูปทรงตามที่ต้องการ นอกจากนี้ยังช่วยแก้ปัญหาริมฝีปากแห้ง แตก ลอกเป็นขุย กลับมานุ่มชุ่มชื้นได้อีกครั้ง ซึ่งสามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ทันที โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดศัลยกรรม ซึ่งวันนี้หมอจะพามาดูกันว่าการฉีดฟิลเลอร์ปากมีกี่ทรง และหมอมีข้อพิจารณาในการเลือกฉีดฟิลเลอร์อย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

การฉีดฟิลเลอร์ปาก คืออะไร?

การฉีดฟิลเลอร์ปาก เป็นการเติมเต็มสารประเภทไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid: HA) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติ หรือโมเลกุลของน้ำตาลชนิดหนึ่ง มีชื่อว่า polysaccharide ซึ่งเป็นสารธรรมชาติชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในเนื้อเยื่อของร่างกาย ที่ถูกสร้างขึ้นได้เองตามธรรมชาติ มีคุณสมบัติเด่นในการอุ้มน้ำเข้าไปที่ใต้ผิวหนังตื้นๆบริเวณริมฝีปาก เพื่อปรับขนาดโครงสร้างของริมฝีปาก ให้ริมฝีปากดูอวบอิ่ม เป็นรูปทรง มีความชุ่มชื้น ช่วยให้ร่องริมฝีปากตื้นขึ้น และปาก มีความเรียบเนียนได้ทันที เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาเกี่ยวกับริมฝีปากแบบครบครัน

โหงวเฮ้งและสัดส่วนของริมฝีปากที่ดีเป็นอย่างไร

สัดส่วนของรูปทรงปาก

ปาก เป็นอวัยวะเด่นของใบหน้าและมีองค์ประกอบที่สำคัญสามารถช่วยเสริมโหงวเฮ้งและทำให้สัดส่วนของใบหน้ามีเสน่ห์และดูดีขึ้นได้ ซึ่งลักษณะโหงวเฮ้งปากที่ดีจะต้องมีความสมดุลกับใบหน้า จะได้สมมาตรรับกับใบหน้า โดยจุดกึ่งกลางดวงตาโดยลากยาวลงมาบรรจบที่มุมปากพอดี เส้นหยักชัดเจน ขนาดของปากทั้ง 2 ข้างจะต้องเท่ากัน มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยรับกับใบหน้า ปากล่างอวบอิ่ม เรียบเนียนคล้ายกับ ปากกระจับ ซึ่งเป็นลักษณะริมฝีปากที่มีเสน่ห์ มีการเจรจาสื่อสารที่ดี มีสติปัญญาดี

ฟิลเลอร์ปาก ช่วยแก้ปัญหาเรื่องอะไร?

  1. ช่วยให้ริมฝีปากดูอวบอิ่ม เต่งตึงขึ้น และแก้ไขปัญหาปากบางเกินไป
  2. ช่วยปรับรูปทรงของปากไม่สมมาตร และช่วยให้ทรงปากสวยงามมากขึ้น
  3. ช่วยแก้ปัญหามุมปากตก ทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น
  4. ช่วยเปลี่ยนทรงปากเดิมให้สวยงามเข้ากับใบหน้ามากยิ่งขึ้น
  5. ช่วยแก้ปัญหาร่องลึก ปากแห้งแตกเป็นขุย และริมฝีปากเหี่ยว
  6. ช่วยปรับโหวงเฮ้ง ให้ได้สัดส่วนที่สวยงาม และมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
  7. ช่วยให้การทาลิปสติกสวยงามติดทนนานมากยิ่งขึ้น

คนไทยนิยมฉีดฟิลเลอร์ปากทรงไหน

รูปทรงปากแต่ละแบบ ที่เหมาะกับคนเอเชีย

รูปทรงปากที่คนไทยนิยมนำมาปรึกษาและยื่นเป็น Refferlent มากที่สุดมี 3 ทรงด้วยกัน ซึ่งหมอจะเป็นผู้ประเมินรูปทรง และคำนวณสัดส่วนให้เข้ากับใบหน้าของคนไข้มากที่สุด ดังนี้
ฟิลเลอร์ปากสายฝอ เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ยอดฮิตที่ได้รับความนิยมมาจากฝั่งตะวันตก ฟิลเลอร์ปากสายฝอ จะเป็นรูปทรงปากที่เน้นเพิ่มเนื้อให้ริมฝีปากมีความอวบอิ่มเด่นชัด เซ็กซี่ มีเสน่ห์ จึงเหมาะกับผู้ที่มีริมฝีปากบาง ผู้ที่มีรูปปากไม่เท่ากัน ริมฝีปากขาดความชุ่มชื้น ปากแห้ง ปากลอกเป็นขุย ทาลิปสติกแล้วตกร่อง สามารถเห็นผลผลลัพธ์ได้ทันที

ฟิลเลอร์ปากสายเกา

เป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงไม่แพ้กัน โดยการฉีดปากทรงปากสายเกา จะเป็นรูปทรงปากที่เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ลุคแบบเกาหลี เกาใจ หรือลุคลูกคุณหนู โดยมีขนาของริมฝีปากที่พอดี เน้นความเป็นธรรมชาติเสริมให้ใบหน้าดูละมุนหวาน ริมฝีปากบนดูอิ่มฟูกว่าปกติเพียงเล็กน้อย และริมฝีปากล่างมีลักษณะเหมือนลูกเชอร์รี่ 2 ลูก มาประกบกันอยู่ตรงกลางเหมาะกับคนที่อย่างให้ใบหน้าดูเด็กลง

ฟิลเลอร์ปากกระจับ

เป็นการฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปทรงปากให้มีความเป็นธรรมชาติ เพิ่มความชัดเจนให้กับขอบปาก และทำให้ริมฝีปากมีความโค้งเรียวสวยคล้ายผลกระจับ พร้อมกับยกมุมปากให้ดูอมยิ้มอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ปากกระจับก็เป็นอีกหนึ่งรูปทรงที่ได้รับความนิยมมากสำหรับคนเอเชีย

ฟิลเลอร์ปากกระจับ เหมาะกับใครบ้าง?

การฉีดฟิลเลอร์ปากกระจับเรียกได้ว่าเป็นการทำหัถการที่รวดเร็ว ปลอดภัย สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันที และมีความเสี่ยงน้อยกว่าการผ่าตัด จึงเป็นหัตการที่เหมาะกับกลุ่มคนดังนี้

  • เหมาะกับผู้มีรูปปากทั้งสองข้างไม่เท่ากัน ต้องการปรับรูปปากให้สมมาตรและสวยงามมากขึ้น
  • เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อปากน้อย ริมฝีปากบาง หรือผู้ที่มีริมฝีปากเล็กเกินไป
  • เหมาะกับผู้ที่เนื้อปากบนและปากล่างมีความหนา-บางที่แตกต่างกัน ทำให้ขาดความสมดุล
  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาริมฝีปากมีริ้วรอย ถ้าลิปสติกตกร่อง
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีริมฝีปากเหี่ยว ริมฝีปากแห้ง แตก ลอกเป็นขุยดูมีอายุและดูสุขภาพไม่ดี
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีปากแห้ง เป็นร่อง เป็นขุย ลอกอยู่ตลอดเวลา
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีปากคว่ำทำให้ใบหน้าดูบึ้งตึงไม่เป็นมิตร

จะสังเกตได้ว่าการฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นหัตถการเหมาะกับแทบทุกคนที่ต้องการเติมเต็มริมฝีปาก หรือปรับรูปปากให้ได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่มที่หมอพิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ปาก ได้แก่ ผู้ที่แพ้สาร Hyaluronic Acid, แพ้ยาชา (Lidocaine), ผู้ที่มีปัญหาเลือดออกแล้วหยุดยาก หรือ Hemophilia, หญิงตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร, ผู้ที่เป็นโรคเริม เป็นต้น

ฉีดฟิลเลอร์ปากอันตรายหรือไม่?

การฉีดฟิลเลอร์ปากไม่เป็นอันตรายอย่างที่ใครหลายๆ คนคิด เพราะตัวสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) เป็นสารที่ถูกสร้างเลียนแบบสารที่มีอยู่ในเนื้อเยื่อร่างกาย ซึ่งมีประโยชน์ช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้ผิว แต่ฟิลเลอร์ที่ใช้จะต้องเป็นฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยา (อย.) ที่สำคัญจะต้องเลือกใช้ฟิลเลอร์แท้ ฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง เพื่อช่วยประเมินและใช้ปริมาณสารฟิลเลอร์ได้อย่างแม่นยำ เพียงเท่านี้ก็สามารถป้องกันไม่ให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตรายตามมาได้

ฉีดฟิลเลอร์ปาก Vs ผ่าตัดปาก

การฉีดฟิลเลอร์ปากและการผ่าตัดปากเป็นเทคนิคที่จะช่วยปรับรูปทรงของริมฝีปากให้สวยงามยิ่งขึ้น ซึ่งหมอจะชี้ให้เห็นถึงข้อข้อดี-ข้อเสีย และความแตกต่างกันไปดังนี้

ผ่าตัดปากกระจับ

การผ่าตัดปากกระจับเป็นการทำศัลยกรรมปรับรูปทรงของริมฝีปากด้วยการผ่าตัด เพื่อลดขนาดริมฝีปากบนและล่างให้ดูบางลง พร้อมกับสร้างรูปทรงปากบนให้ขึ้นมาใหม่โดยมีความโค้งเรียวสวย ปากดูเป็นกระจับอย่างธรรมชาติ ให้ผลลัพธ์ที่ถาวรไม่ต้องทำซ้ำบ่อยๆ แต่มีข้อเสียคือทำได้ยากหากต้องการเปลี่ยนทรงปากใหม่ และ หากมีการตัดเนื้อปากออกไปมากเกินไปจะไม่สามารถแก้ไขได้

ฉีดฟิลเลอร์ปาก

การฉีดฟิลเลอร์ปาก เป็นปรับรูปปากโดยการฉีดสารเติมเต็มให้ริมฝีปากมีความอิ่มฟู แล้วปั้นให้เป็นรูปทรงตามที่ต้องการ แบบไม่ต้องผ่าตัด สามารถให้ผลลัพธ์ได้ทันที อีกทั้งยังช่วยให้กับริมฝีปากทำให้ผิวปากที่แห้ง แตก ลอกเป็นขุย กลับนุ่มชุ่มชื้นมากขึ้น หลังการฉีดหากไม่ชอบทรงสามารถแก้ไขได้ทันที แต่การฉีดฟิลเลอร์ปากมีข้อเสียคือ ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช้ผลลัพธ์ที่ถาวรจะต้องมีการกลับมาฉีดซ้ำทุก 3-6 เดือน

เคยผ่าตัดปากบาง สามารถเติมฟิลเลอร์ปากแก้ได้ไหม?

ในบางเคสตัดปากมาแล้วบางเกินไป หมอสามารถฉีดฟิลเลอร์ปากจะช่วยแก้ไขปัญหาปากบางให้ดีขึ้นโดยการเพิ่มเนื้อริมฝีปากให้หนาขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับพังผืดที่เกิดจากการผ่าตัดร่วมด้วย เพราะถ้าหากมีพังผืดดึงรั้งมากเกินไปก็อาจทำให้เติมฟิลเลอร์ได้น้อย ดังนั้นหากผู้ที่เคยผ่าตัดปากกระจับควรแจ้งให้หมอทราบก่อน เนื่องจากจะได้เพิ่มความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ

ฉีดฟิลเลอร์ปากกระจับ อวบอิ่ม ใช้กี่ CC

โดยทั่วไปการฉีดฟิลเลอร์เพื่อให้เป็นรูปทรงปากกระจับแบบธรรมชาติ หมอจะแนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ 1 cc ก็เพียงพอสำหรับช่วยเติมให้ริมฝีปากดูสวยงามขึ้น แต่หากคนไข้ต้องการเพิ่มวอลลุ่มมาก ๆ หรือต้องการรูปปากแบบสายฝอ ก็อาจจะต้องเพิ่มปริมาณฟิลเลอร์เป็น 2 cc ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินให้ตามความเหมาะสม

ฉีดฟิลเลอร์ปากควรใช้เข็มแหลม หรือ เข็มปลายทู่ ดีกว่ากัน?

ลักษณะเข็มที่ใช้ฉีดฟิลเลอร์ปาก

ประเภทของเข็มที่ใช้ฉีดฟิลเลอร์จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดจะส่งผลต่อการทำหัตถการ เช่น การฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มหัวทู่ มักใช้สำหรับฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในบริเวณที่ตื้นกว่าของผิวหนัง อาทิการฉีดฟิลเลอร์ปาก เพราะสามารถหลบเส้นเลือดได้ดี ลดโอกาสที่จะสร้างความเสียหายให้กับหลอดเลือดและเส้นประสาท เข็มหัวแหลมมักใช้สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ที่มีความลึกกว่า เนื่องจากสามารถเจาะผ่านเนื้อเยื่อได้ดีกว่า แต่มีความเสี่ยงสูงต่อการบาดเจ็บจากเส้นเลือดดำ หรือหลอดเลือดแดงทะลุ ดังนั้นโดยส่วนมากการฉีดฟิลเลอร์ปากแพทย์จะใช้เข็มทู่ เนื่องจากมีความปลอดภัย สามารถหลบเส้นเลือด และลดความบาดเจ็บได้ดีมากกว่าเข็มแหลม แต่ทั้งนี้จะต้องอาศัยเทคนิคการฉีดของแพทย์ร่วมด้วย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ และมีความปลอดภัย

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ปาก

  1. งดวิตามิน ที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้า เช่น วิตามินอี อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ทำให้เกิดอาการบวมช้ำนาน หรือมากกว่าปกติ
  2. งดยาในกลุ่มแก้ปวดทุกชนิด อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เนื่องจากตัวยาส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  3. งดดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพราะสารนิโคตินในบุหรี่ และแอลกอฮอล์อาจทำให้เลือดออกมากในขณะที่ฉีดฟิลเลอร์
  4. งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพราะจะทำให้เลือดสูบฉีดมาก จนเกิดอาการบวมช้ำหนัก
  5. งดการสครับปาก อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการเกิดรอยแผลที่ริมฝีปากก่อนฉีดฟิลเลอร์

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ปากครั้งแรก

  1. คุณหมดจะทำการประเมินรูปหน้า รูปทรงปากที่เหมาะกับรูปหน้าของคนไข้
  2. เริ่มแปะยาชาทิ้งไว้ให้คนไข้ก่อน 30 นาที เพื่อลดความเจ็บก่อนที่จะฉีดยาชาซ้ำ
  3. หลังจากยาชาออกฤทธิ์คุณหมอจะเริ่มฉีดฟิลเลอร์ปาก และทำการปรับแต่งรูปทรงปากที่มีการตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้
  4. จากนั้นคุณหมอจะทำความสะอาดและ ทา moisturizer เป็นอันเสร็จ

ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์วันแรก

  1. ควรอยู่ในที่ๆมีอาการเย็น หลีกเลี่ยงการออกแดดและหลีกเลี่ยงไม่ให้ริมฝีปากสัมผัสกับความร้อนทุกชนิด
  2. หลีกเลี่ยงการสัมผัส การจับ การปั้น และการขยับริมฝีปากมากๆ เพราะจะทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ได้
  3. หากต้องการประคบเย็นแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ เพื่อได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง เนื่องจากการประคบเย็นที่ผิดวิธีอาจทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดเกิดการเคลื่อนและไม่เกาะผิวได้
  4. หลังจากฉีดฟิลเลอร์ไปแล้ว 1-3 ชม. สามารถล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยน แต่ไม่ควรให้รอยเข็มฟิลเลอร์สามารถโดนน้ำเกิน 15 นาที

การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น

  1. แนะนำให้ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์ฟู และอยู่ได้นานมากขึ้นเนื่องจากฟิลเลอร์เป็นสารอุ้มน้ำ
  2. หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด แนะนำให้รับประทานและเครื่องดื่มอุณหภูมิปกติ
  3. ควรงดใช้หลอดดูดน้ำ เพื่อไม่ให้รูปทรงเปลี่ยนแปลงไป
  4. งดทาลิปสติกและงดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  5. เลือกฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับบริเวณที่จะฉีด

อาการและผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ปาก

อาการที่พบได้ตามปกติทั่วไป หลังจากฉีดฟิลเลอร์ไปแล้วประมาณ 12 ชั่วโมง จะเริ่มมีอาการบวมเข็มมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้คนไข้หลายคนชื่นชอบเพราะเข้าใจผิดว่าฟิลเลอร์ฟู แต่เมื่อผ่านไป 7-14 วัน อาการบวมต่างๆจะเริ่มยุบลง เผยให้เห็นรูปทรงปากที่แท้จริงชัดเจนขึ้น
หรือบางกรณีคนไข้อาจเกิดอาการอักเสบหรือติดเชื้อ ซึ่งโดยปกติแพทย์จะสั่งจ่ายยา เพื่อป้องกันอาการเหล่านี้อยู่แล้วจึงไม่ต้องกังวล แต่หากไม่สบายใจก็สามารถไปฉีดสลายฟิลเลอร์กับแพทย์โดยตรงได้

ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เหมาะกับการฉีดปาก มีกี่รุ่น กี่ยี่ห้อ

ยี่ห้อฟิลเลอร์เหมาะกับการฉีดปากที่คุณหมอแนะนำจะมีอยู่ 2 ยี่ห้อ ด้วยกันได้แก่ ฟิลเลอร์ Juvederm และฟิลเลอร์ Restylane, ซึ่งมีจุดเด่นและความแตกต่างกันดังนี้

ฟิลเลอร์ปากยี่ห้อ Restylane

  • Restylane Volyme มีคุณสมบัติเด่นคือ เนื้อนิ่มปานกลาง มีความยืดหยุ่นสูง ช่วยอุ้มน้ำ ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน (อยู่ได้ 18 เดือน)
  • Restylane Kysse มีคุณสมบัติเด่นคือ เนื้อละเอียด มีความคงตัว ถูกออกแบบมาเพื่อการฉีดเติมเต็มริมฝีปากโดยเฉพาะ ช่วยให้ริมฝีปากได้ชัดเจน ดูอวบอิ่ม (อยู่ได้ 12 เดือน)
  • Restylane Vital light มีคุณสมบัติเด่นคือ เนื้อนิ่ม มีความอุ้มน้ำสูง ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว แก้ปัญหาริมฝีปากแห้ง (อยู่ได้ 6-12 เดือน)
  • Restylane Refyne มีคุณสมบัติเด่นคือ เนื้อฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นสูง ช่วยเติมเต็มให้ปากดูอวบอิ่ม ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ (อยู่ได้ 12 เดือน)

ฟิลเลอร์ปากยี่ห้อ Juvederm

  • Juvederm Volite มีคุณสมบัติเด่นคือ เนื้อละเอียด ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น แก้ปัญหาปากแห้งลอกได้ดี และเนื้อมีความอิ่มฟูปานกลางทำให้ได้ผลลัพธ์ริมฝีปากที่อวบอิ่มขึ้นเล็กน้อย (อยู่ได้ 8-12 เดือน)
  • Juvederm Volift มีคุณสมบัติเด่นคือ เนื้อฟิลเลอร์มีความละเอียด มีความยืดหยุ่นสูง หลังฉีดให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน (อยู่ได้ 12 เดือน )
  • Juvederm Ultra Plus มีคุณสมบัติเด่นคือ เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่มและฟูมาก ช่วยเสริมให้ปากอวบอิ่มได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ปากแบบสายฝอ (อยู่ได้ 12 เดือน)
  • Juvederm Voluma มีคุณสมบัติเด่นคือ เป็นฟิลเลอร์เนื้อแข็ง โมเลกุลแน่น ฟูแบบปานกลาง ช่วยเพิ่มความอวบอิ่มฟูให้กับริมฝีปาก มีความคงสภาพอยู่ได้นาน (อยู่ได้ 18 เดือน) วิธีการดูและตรวจสอบฟิลเลอร์ของแท้แต่ละยี่ห้อ

เพื่อให้มั่นใจว่าฟิลเลอร์ที่คลินิกใช้เป็นฟิลเลอร์ของแท้ สามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ดังนี้

  1. สแกน QR Code ที่กล่องเพื่อตรวจสอบข้อมูล ซึ่งสามารถทำได้ในบางยี่ห้อ ได้แก่ ฟิลเลอร์ Restylane ฟิลเลอร์ Neuramis เป็นต้น
  2. สามารถโทรเช็คเลข Lot. กับบริษัทผู้จำหน่ายโดยตรงกับทางบริษัทผู้จำหน่ายได้
  3. ฟิลเลอร์ของแท้จะต้องมีเลขทะเบียนอย. และเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง
  4. กล่องอยู่ในสภาพดี ไม่ผ่านการแกะมาก่อน

หากฉีดฟิลเลอร์ปากไปแล้วไม่ชอบ สามารถแก้ไขได้ไหม?

ฉีดฟิลเลอร์ปากแล้วไม่สวย ทำอย่างไร

หากใครที่เคยฉีดฟิลเลอร์ปากไปแล้วแต่ต้องการเปลี่ยนรูปทรงปาก หรือฉีดไปแล้วไม่ชอบอยากได้รูปปากเดิมกลับมา สามารถฉีดยาสลายฟิลเลอร์ด้วยไฮยาโลรูนิเดส (Hyaluronidase) ซึ่งตัวยานี้จะค่อย ๆ สลายฟิลเลอร์จนหมดไปได้อย่าง 100% โดยไม่เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย

ฉีดฟิลเลอร์ปากที่กังนัม ดีอย่างไร?

  1. กังนัมคลินิกใช้ฟิลเลอร์ของแท้ที่ผ่านการรับรองจาก อ.ย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จึงทำให้คนไข้ไม่เป็นอันตรายในขณะฉีด
  2. ที่กังนัมคลินิกเราให้บริการแบบมืออาชีพ ตามมารตรฐานสากล เพื่อให้ผู้ใช้บริการของเราได้รับความสะดวกสบายมากที่สุด
  3. กังนัมคลินิกทำหัตถการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี จึงสามารถประเมินและออกแบบรูปทรงปากของคนไข้ได้อย่างเหมาะสม
  4. กังนัมคลินิกเปิดให้บริการมากกว่า 28 สาขา ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั้งในกรุงเทพและปริมณฑล เพื่อให้คนไข้เข้าใช้บริการได้อย่างสะดวกมากที่สุด
  5. กังนัมคลินิกมีการดูแลติดตามอาการหลังทำหัตถการทุกเคสอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คนไข้อุ่นใจและให้คนไข้สามารถแก้ไขได้ทันทีหากเกิดข้อผิดพลาด

รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ (testsimonail)

ฟิลเลอร์ปาก ราคาเท่าไหร่?

ราคาการฉีดฟิลเลอร์ปากขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของแต่ละคลินิก และขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ที่ใช้ ซึ่งราคาสำหรับการฉีดฟิลเลอร์ปากที่กังนัมคลินิกจะเริ่มต้นที่ 8,700 – 10,700 บาท

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ปาก (FAQs)

ฉีดฟิลเลอร์ปาก เจ็บไหม?

ก่อนเริ่มทำหัตถการฉีดฟิลเลอร์ หมอจะมีการฉีดยาชาให้ก่อนเพื่อลดอาการเจ็บในขณะที่ฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งโดยส่วนใหญ่มากคนไข้จะรู้สึกเจ็บแค่ในขณะที่ฉีดยาชา เท่านั้น นอกจากนี้ในฟิลเลอร์ส่วนมากยังมีส่วนผสมของยาชา จึงไม่ทำให้รู้สึกเจ็บในขณะที่เดินยา

ฉีดฟิลเลอร์ปาก กี่วันเข้าที่ บวมกี่วัน?

การฉีดฟิลเลอร์ปากนั้นโดยปกติทั่วไปแล้วจะมีอาการบวมมักจะเกิดขึ้นมากสุดในช่วง 2-3 วันแรก จากนั้นจะค่อยๆยุบลงเรื่อยๆ จนเริ่มเข้าที่เห็นรูปทรงชัดขึ้นภายใน
1-2 สัปดาห์ และเข้าที่มากสุดใน 1 เดือน

ฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นก้อน เกิดจากอะไร?

การที่ฟิลเลอร์ปากเป็นก้อนอาจเกิดขึ้นได้ 2 กรณี ได้แก่

  • เกิดจากการอักเสบ ติดเชื้อ ทำให้เกิดอาการบวม ซึ่งเป็นความผิดปกติจากการฉีดฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
  • เกิดจากการเลือกเนื้อฟิลเลอร์ที่ไม่มีความเหมาะสมกับบริเวณที่ฉีด รวมถึงฉีดกับแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ ใช้เทคนิคที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ฉีดฟิลเลอร์ตื้นเกินไป จนทำให้ปากเป็นก้อน

ฉีดฟิลเลอร์ปาก กี่วันทาลิปได้?

เพื่อป้องกันการเกิดอาการติดเชื้อ หมอจะแนะนำให้เริ่มทาลิปสติกหลังฉีดฟิลเลอร์ปากไปแล้ว 2 สัปดาห์ แต่หากหลีกเลี่ยงการทาลิปสติกไม่ได้ ควรทาหลังจากฉีดฟิลเลอร์ปาก 1 วัน โดยเลือกใช้ลิปสติกที่อ่อนโยนจากธรรมชาติ เพื่อช่วยลดการอักเสบ

ฟิลเลอร์ปาก อยู่ได้นานแค่ไหน

ฟิลเลอร์ปากจะอยู่ได้นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง และการเลือกใช้ยี่ห้อหรือรุ่นของตัวยาฟิลเลอร์ ซึ่งฟิลเลอร์ที่เป็นกรดไฮยารูลอนิคจะอยู่ได้นานประมาณ 6 – 18 เดือน

คนที่ปากใหญ่ ปากหนา ฉีดฟิลเลอร์ปากได้ไหม?

สำหรับผู้ที่มีเนื้อปากใหญ่และปากหนา ก็สามารถฉีดฟิลเลอร์ปากได้เพื่อปรับแต่งรูปทรงปาก ให้มีความสวยงาม ชัดเจนมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องได้รับการปรึกษาแพทย์ก่อนได้ เพื่อทำการออกแบบรูปทรงปากที่เหมาะสม และประเมินปริมาณของฟิลเลอร์ได้อย่างถูกต้อง

สรุป

การฉีดฟิลเลอร์ปากทุกครั้งควรฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และมีเทคนิคการฉีดที่ถูกต้องโดยใช้ฟิลเลอร์ที่เป็นสารไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) แท้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัย และไม่ต้องเสี่ยงกับผลข้างเคียงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ เนื่องจากในปัจจุบันมีฟิลเลอร์ให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายราคา ซึ่งมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ดังนั้นการได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยลดข้อผิดพลาดต่างๆในการฉีดฟิลเลอร์ปากให้เป็นศูนย์ และช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติคุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่าย