เลเซอร์หน้าใส ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใคร

รวมทุกเรื่องต้องรู้ก่อนทำเลเซอร์หน้าใสครั้งแรก


วันที่อัพเดท

ใครกำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้บ้าง? หน้ามันเยิ้มดูหมองคล้ำไม่กระจ่างใสเอาซะเลย แถมเป็นผดผื่นแพ้ง่าย พอรักษาไม่ถูกวิธีจากอาการแพ้ก็กลายเป็นสิวผดหรือสิวอักเสบ ทิ้งรอยสิว หลุมสิว เอาไว้สร้างความกังวลใจ ทำให้ใครหลายๆคนต้องหมดความมั่นใจและอยากกู้ผิวหน้าที่กระจ่างใสสุขภาพดีนั้นกลับคืนมา ดังนั้นการทำเลเซอร์หน้าใสจึงเป็นเป้าหมายของใครหลายๆคน ที่อยากมีผิวหน้ากระจ่างใสเรียบเนียน อิ่มฟู ชุ่มชื้น สุขภาพดีเหมือนผิวเด็กแบบไม่ต้องใช้เข็ม แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจทำเลเซอร์หน้าใส บทความนี้ก็ไม่พลาดที่จะพาคุณมาทำความรู้จักกับข้อมูลเกี่ยวกับการทำเลเซอร์หน้าว่าจะดีจริงไหม ช่วยแก้ปัญหาเรื่องอะไรบ้าง?

Laser หน้าใส คืออะไร?

เลเซอร์หน้า หรือ เลเซอร์หน้าใส คือ การใช้ลำแสงจากเลเซอร์ยิงลงบนผิวเพื่อจัดการกับเม็ดสีที่มีความผิดปกติ โดยการปล่อยพลังงานเลเซอร์จลงบนผิวเพื่อช่วยจับกับเม็ดสีหรือเมลานิน (Melanin) ซึ่งจะช่วยเร่งผลัดเซลล์เม็ดสีเก่าให้หลุดออกเร็วกว่าปกติเป็นกลไกที่ลดรอยด่างดำ พร้อมช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ หรือสร้างเส้นใยต่างๆทำให้กับชั้นผิว จึงทำให้ผิวบริเวณที่ทำนั้นกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น ผิวดูเต็มอิ่มสดใส ซึ่งมีผลการวิจัยพบว่า การใช้กลุ่มแสงหรือเลเซอร์ ช่วยฟื้นฟูผิวหน้าที่เสื่อมสภาพได้อย่างปลอดภัย ทำให้ในปัจจุบันจึงมีการใช้เลเซอร์หลากหลายชนิดเพื่อดูแลผิวพรรณให้กลับมาสดใสขึ้น

เลเซอร์หน้าใส ช่วยแก้ปัญหาอะไรบ้าง?

เลเซอร์หน้าใส ช่วยแก้ปัญหาเรื่องใด
  1. ช่วยลดรอยแดง ลดรอยดำ ลดการอักเสบที่เกิดจากสิวได้
  2. ช่วยกระตุ้นการทำงานของคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ริ้วรอยเล็กๆ บนใบหน้าให้ดูจางลงแลผิวดูเต่งตึงมากขึ้น
  3. ช่วยลดขนาดรูขุมขนให้กระชับขึ้น จึงสามารถทำให้ลดการเกิดความมันบนใบหน้า ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว
  4. ช่วยลดรอยดำ รอยแดงที่เกิดจากรอยแผล หรือ รอยสิวให้จางลง
  5. ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และช่วยลดการอักเสบของผิว ทำให้แข็งแรงขึ้น
  6. ช่วยปรับสภาพสีผิวให้ดูสม่ำเสมอกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น

เลเซอร์หน้าใส เหมาะกับใคร?

  1. เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับสภาพให้ผิวหน้าดูมีชีวิตชีวาขึ้น ดูเปล่งประกายดูดีมากขึ้นโดยไม่ใช้เข็ม
  2. เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ มีจุดด่างดำ รอยแดงจาสิว สีผิวดูไม่สม่ำเสมอ
  3. เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย มีผื่นแพ้ และมีรอยแดงตามรูขุมขน
  4. เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสิว ฝ้า กระ หรือเห็นเส้นเลือดขอดบางๆบนใบหน้า
  5. เหมาะกับผู้ที่ต้องให้ผิวหน้าเรียบเนียน และกระชับรูขุมขนให้เล็กลง ผิวมีความละเอียดขึ้น
  6. เหมาะกับผู้ที่ผิวแห้งกร้าน ผิวขาดความชุ่มชื้น ผิวหย่อนคล้อย เริ่มมีริ้วรอยแห่งวัย
  7. เหมาะกับผู้ที่ใช้ครีมบำรุงผิวแล้วไม่เห็นผล ผิวดูดซึมการบำรุงได้น้อย

ใครที่ไม่เหมาะกับการท่าเลเซอร์หน้าใส

ถึงแม้ว่าพลังงานจากเลเซอร์ถึงแม้จะมีความอ่อนโยนต่อผิว และมีความปลอดภัยสูงแต่ก็ยังมีคนบางกลุ่มที่ต้องใช้ความระมัดระวังและไม่เหมาะกับการทำเลเซอร์หน้าใส ได้แก่

  1. ไม่เหมาะกับสตรีมีครรภ์หรือผู้ที่ต้องให้นมบุตร เพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพมารดาและบุตรได้
  2. ไม่เหมาะกับผู้ที่อยู่ในภาวะผิวหน้าอักเสบหรือติดเชื้อ เช่น มีอาการผื่นภูมิแพ้ ผิวหนังลอก เป็นต้น
  3. ไม่เหมาะกับผู้ที่มีแผลสดบนใบหน้า ทั้งนี้รวมไปถึงผู้ที่มีการผ่าตัดทำศัลยกรรมต่างๆบนใบหน้าที่ยังไม่ครบ 6 เดือน
  4. ผู้ที่มีสิวอักเสบ สิวหนอง ควรรับการรักษาให้หายดีก่อน
  5. ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการได้ผลลัพธ์ถาวรในการทำเพียง 1-2 ครั้ง

เลเซอร์หน้าใส มี แบบ เลือกทำแบบไหนดี

เครื่องเลเซอร์หน้าใส มีกี่แบบ

ในปัจจุบันเครื่องเลเซอร์หน้าใสที่มักได้รับความนิยม และเห็นได้บ่อยครั้งในคลินิกความงามมี 5 ชนิดด้วยกันดังนี้

IPL หรือ Intense Pulse Light

IPL เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ใช้พลังงานแสงเข้มข้นสูง ที่ช่วยปรับสภาพผิวให้มีความกระจ่างใสขึ้นได้ โดยมีหลักการทำงานคือพุ่งเข้าไปจับเม็ดสีเป้าหมาย และเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน เข้าไปกำจัดเซลล์ที่ไม่ต้องการออกไป แต่ IPL ไม่ใช่พลังงานเลเซอร์เนื่องจากมีช่วงความยาวคลื่นกว้างคล้ายแสงแฟลชกล้องถ่ายรูป จึงทำให้สามารถกระจายพลังงานแสงได้มากกว่าเลเซอร์ และมีการปล่อยความยาวคลื่นอยู่ที่ 515-1,200 nm

Fractional Co2 Laser

Fractional Co2 Laser เป็นนวัตกรรมเลเซอร์ที่มีความแม่นยำสูง เน้นการรักษาผิวหน้าโดยช่วยกำจัดหลุมสิวให้ตื้นขึ้น ซึ่ง Fractional CO2 Laser หรือที่นิยมเรียกกันว่า CO2 Laser มีลักษณะเฉพาะคือสามารถเปลี่ยนหัวยิงเป็นลำแสงขนาดเล็กลงได้ และจะใช้พลังงานความยาวคลื่นอยู่ที่ 10,600 nm ที่สามารถลงลึกได้ถึงชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) เพื่อช่วยกำจัดไฝ ขี้แมลงวัน กระเนื้อ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวได้โดยไม่มีเลือดออก

Q-switch Laser

Q-switch Laser มีชื่อเต็มที่เรียกว่า Q-switch ND: YAG Laser เป็นเลเซอร์อีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมนำมาใช้ในการรักษาปัญหาเม็ดสีในชั้นผิวหนัง เพราะสามารถลงลึกได้ถึงผิวชั้นใน จึงสามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น ด้วยการปล่อยพลังงานความยาวคลื่นที่ 532 และ 1,064 nm (Frequency-double mode) โดยความกว้างของคลื่น (Pulse Width) 10-20 นาโนเซค มีความเร็วในการปล่อยพลังงานแสงอยู่ในระดับที่เรียกว่า Nanosecond โดยความยาวคลื่น 532 nm จะสามารถลงถึงได้ถึงในผิวชั้นตื้นเพื่อเน้นลบรอยปานแดงหรือรอยสักได้ ส่วนการปล่อยพลังงานความยาวคลื่น 1,064 nm จะลงถึงได้ถึงชั้นผิวหนังแท้ เพื่อรักษารอยแผลเป็น หรือช่วยลบรอยสักที่มีสีเข้มได้

E-Matrix Laser

E-Matrix Laser เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานจากคลื่นวิทยุที่ปล่อยความถี่สูงลงไปแบบแบ่งส่วน (Fractional Radiofrequency) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวดูกระจ่างใส ช่วยกระชับผิวหน้า ลดเม็ดสีบนใบหน้า รวมถึงกระชับรูขุมขนที่เกิดจากหลุมสิวหรือลด ริ้วรอยบางๆได้โดยในการรักษา E-Matrix มีเทคโนโลยี Sublative Rejuvenation เพื่อรักษาปัญหาผิวหนังร่องลึกได้อย่างลงตัว

Dual Yellow Laser

Dual Yellow Laser เป็นนวัตกรรมของเลเซอร์แบบ Non-ablative Laser Resurfacing ที่มีเทคโนโลยีเลเซอร์ 2 ระบบเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาผิวต่าง ๆ ได้อย่างครบครัน ด้วยการปล่อยคลื่นพลังงาน 2 สี ได้แก่

  • เลเซอร์แสงสีเหลือง ระดับความยาวของคลื่นอยู่ที่ 578 นาโนเมตร ที่ถูกดูดซับได้ดีโดยสารฮีโมโกลบิน ที่เหมาะกับการรักษาปัญหาที่เกี่ยวกับเส้นเลือดทั้งหมด ซึ่งกระบวนการนี้เราเรียกว่า selective photo thermolysis จึงเหมาะกับการรักษารอยแดงสิว อาการหน้าแดง เส้นเลือดฝอย
  • เลเซอร์แสงสีเขียว ระดับความยาวของคลื่นอยู่ที่ 511 นาโนเมตร ที่ถูกดูดซับได้ดีมากโดยเมลานินที่อยู่ในเมลาโนโซม ซึ่งจะทำให้เกิดความร้อนขึ้นแบบเฉพาะเจาะจง จึงเหมาะกับการรักษาเม็ดสีส่วนเกินของผิว เช่น กระ ฝ้า รอยดำสิว และช่วยปรับสภาพผิวให้กระจ่างใสเป็นธรรมชาติมากขึ้น นอกจากนี้หากมีการผสานระหว่างคลื่นแสงสีเขียวและคลื่นแสงสีเหลืองรวมกัน จะช่วยเพิ่มประสิทธิสภาพในการรักษาริ้วรอยบนผิวหน้าได้ดียิ่งขึ้น

เลเซอร์หน้าใส เจ็บไหม?

ความเจ็บจะขึ้นอยู่กับประเภทเลเซอร์ที่เลือกใช้บริการ โดยเครื่องเลเซอร์หน้าใสในปัจจุบันจะถูกแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ Ablative Laser Resurfacing เป็นเลเซอร์แบบลอกผิว และ Non-ablative Laser Resurfacing แบบที่ไม่ทำให้เกิดแผล โดยเลเซอร์แบบลอกผิวอาจทำให้รู้สึกเจ็บมากกว่าเนื่องจากต้องใช้ความร้อนในการลอกชั้นผิวบางออก
แต่ก่อนหัตถการแพทย์จะมีการแปะยาชาทิ้งไว้ให้คนไข้ประมาณ 30 นาทีและเช็ดออกหลังจากนั้นแพทย์จะมีการทาเจลเย็นสลับกับการยิงเลเซอร์เพื่อช่วยบรรเทาอาการความเจ็บได้

เลเซอร์หน้าใส กี่ครั้งเห็นผล

เลเซอร์หน้าใสกี่ครั้งเห็นผล

จำนวนครั้งที่เห็นผลในการทำเลเซอร์หน้าใสจะขึ้นอยู่กับประเภทของเลเซอร์ที่เลือกใช้ ซึ่งการทำเลเซอร์หน้าใสโดย Dual Yellow Laser จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ครั้งแรก โดยแพทย์จะมีการแนะนำให้กลับมาทำอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 3-5 ครั้ง แต่ละครั้งเว้นระยะห่างประมาณ 4-6 สัปดาห์ เพื่อช่วยให้เซลล์ผิวได้มีการกระตุ้นการทำงานได้อย่างเต็มที่เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละบุคคลและการดูแลตัวเองหลังทำอย่างเคร่งครัด

เลเซอร์หน้าใส ผลข้างเคียงไหม

หลังทำเลเซอร์หน้าใส ยังไม่พบผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายรุนแรงต่อผิวหนัง แต่อาจพบอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ผิวหน้าอาจมีอาการแห้งหรือผิวลอกได้ในช่วงเวลา 5-7 วันแรก และอาจพบผิวหนังมีสีเข้มขึ้น แต่ก็จะค่อยๆ จางลง อาจเกิดสิว อาการบวมแดง ผิวอักเสบ แต่สามารถประคบเย็นหรือกินยาเพื่อบรรเทาอาการได้

ทําไมต้องทําเลเซอร์หน้าใส ที่ Gangnam Clinic

ในปัจจุบันการทำเลเซอร์หน้าใสมีให้เลือกหลายคลินิก แต่สิ่งที่ทำให้ Gangnam Clinic ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของการทำเลเซอร์หน้าใสคือ

  1. กังนัมคลินิกได้มาตรฐานเปิดให้บริการอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย มีเลขที่ใบอนุญาตจำนวน 11 หลักแจ้งชัดเจน
  2. นำเข้าเครื่อง Dual Yellow Laser แท้ที่ผ่านการรับรองทั้งต่างประเทศและในประเทศ จากประเทศออสเตรเลีย เพื่อให้ความมั่นใจกับคนไข้ที่เข้ารับบริการ
  3. ที่กังนัมคลินิกให้บริการโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ จึงมีความชำนาญในการใช้เครื่องเลเซอร์เพื่อช่วยปรับค่าพลังงานให้เหมาะสมกับสภาพผิวหนังของแต่ละบุคคลเพื่อเพิ่มความปลอดภัยต่อผิวหนัง
  4. คลินิกใส่ใจในเรื่องของความสะอาด มีการทำความสะอาดฆ่าเชื้อเครื่องมือที่ใช้ทุกครั้งก่อนและหลังการรักษา รวมถึงมีพื้นที่และห้องหัตถการกว้างขวาง มีเครื่องมือ อุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ครบถ้วน
  5. กังนัมคลินิกมีการรีวิวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ โดยมีรีวิวนั้นเขียนโดยผู้ใช้บริการจริงและมีความเป็นปัจจุบัน ช่วยให้คนไข้สามารถตัดสินใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
  6. คลินิกบริการด้วยความเอาใจใส่ สามารถให้คำแนะนำอย่างละเอียด ตรงไปตรงมา แจ้งราคาค่ารักษาทำหน้าใสที่ชัดเจน และมีโปรโมชั่นในราคาที่คุ้มค่าให้กับลูกค้า
  7. กังนัมคลินิกมีช่องทางติดต่อที่สะดวกหลายช่องทาง โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook หรือ Line@ ที่คนไข้สามารถสอบถามข้อสงสัยกับหมอที่ทำเคสของตัวเองได้โดยตรง
  8. กังนัมคลินิกเปิดให้บริการหลายสาขาครอบคลุมทุกพื้นที่ ทั้งในห้างสรรพสินค้าและอยู่ในทำเลที่สามาเดินทางได้สะดวก มีที่จอดรถกว้างขวาง

การเตรียมตัวก่อนท่าเลเซอร์หน้าใส

  • ควรทาครีมเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า แต่งดการทำครีมที่มีส่วนผสมของกรด เช่น AHA BHA เรตินอยด์ หรือผลิตภัณฑ์ที่มีผลในการผลัดเซลล์ผิว เพราะอาจทำให้ผิวหน้าไวต่อแสงและความร้อน
  • หลีกเลี่ยงการออกแดดโดยตรง เพื่อไม่ให้ผิวระคายเคืองก่อนการทำเลเซอร์หน้า อย่างน้อย 4 สัปดาห์ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 PA+++ ขึ้นไป
  • ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน เพื่อให้ผิวมีความชุ่มชื้น รวมถึงช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับร่างกาย
  • งดการสครับผิวหรือนวดหน้าและสัมผัสหน้าอย่างรุนแรง งดการแกะสิว กดสิว เพื่อป้องกันการอักเสบของผิวก่อนทำเลเซอร์อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
  • ควรเข้ารับปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้รับการประเมินและเลือกพลังงานที่เหมาะสมกับปัญหา หรือสภาพผิวของคนไข้ลดโอกาสการติดเชื้อจากการทำเลเซอร์หน้าใส
  • งดการ แว็กซ์ขน โกนขน บริเวณใบหน้า เพื่อลดการระคายเคืองผิวก่อนการทำเลเซอร์หน้าใส

ขั้นตอนการเลเซอร์หน้าใส

  • งดการทาครีมบำรุง งดแต่งหน้า และทำความสะอาดสิ่งสกปรกบนผิวหน้าให้สะอาดหมดจด
  • แพทย์จะเริ่มทาเจลเย็นหรือยาชาบนผิวเพื่อบรรเทาอาการเจ็บขณะทำ
  • แพทย์จะใช้พลังงานจาก Dual Yellow Laser ยิงพลังงานเลเซอร์วนลงไปบนผิวหน้าโดยจะใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล
  • หลังยิงเลเซอร์เสร็จแพทย์จะมีการทามอยเจอร์ไรเซอร์ให้ผิวได้ชุ่มชื้นก่อนกลับบ้านอีก 1 ครั้ง

หลังเลเซอร์หน้าใส ดูแลตัวเองอย่างไร

หลังเลเซอร์หน้าใส ควรดูแลอย่างไร
  1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนเพื่อป้องกันผิวแห้ง
  2. ควรทาครีมบำรุงสูตรอ่อนโยน หรือมอยเจอไรเซอร์ที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวโดยเฉพาะ
  3. งดการกด แกะ เกา ถู นวด อย่างแรงๆ หลังการทำเลเซอร์ในช่วง 1 สัปดาห์แรกเพราะอาจทำให้เกิดแผลเป็นได้
  4. งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่เพราะเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดรอยช้ำ จ้ำเลือด หลังการทำเลเซอร์
  5. ควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพออย่างน้อย 1.5-2 ลิตรต่อวัน เพื่อช่วยป้องกันผิวขาดน้ำ
  6. สำหรับการทำเลเซอร์หน้าใสด้วย Dual Yellow Laser สามารออกกำลัง ทำทรีตเมนต์ สครับผิว และมาส์กหน้าได้ตามปกติ

เลเซอร์หน้าใส ราคา และ โปรโมชั่น

การทำเลเซอร์ Dual Yellow Laser ที่กังนัมคลินิก

  • โปรโมชั่น 1 ครั้ง ราคา 3,500 บาท
  • โปรโมชั่น 5 ครั้ง ราคา 15,000 บาท
  • โปรโมชั่น 10 ครั้ง ราคา 25,000 บาท

คลินิกเลเชอร์หน้าใส ที่ไหนดี

  1. เลือกคลินิก ที่มีเครื่องเลเซอร์ ที่นำเข้าอย่างถูกกฎหมาย จึงสามารถให้ความปลอดภัยได้
  2. เลือกคลินิกที่ทำหัตถการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีความรู้ในการปรับพลังงานของเครื่องเลเซอร์อย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงขึ้นได้
  3. เลือกคลินิกที่สามารถช่วยรักษาผิวหน้าได้อย่างตรงจุดตามที่ลูกค้าต้องการ
  4. เลือกคลินิกที่มีความใส่ใจดูแลความสะอาดทุกขั้นตอนในการหัตถการ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  5. เลือกคลินิก ที่มีการติดต่อ, ติดตามผลหลังการรักษาทุกครั้ง เพื่อช่วยรักษาในครั้งต่อไปได้

เลเซอร์หน้าใส รีวิว

เลเซอร์หน้าใส ข้อดี ข้อเสีย มีอะไรบ้าง?

ข้อดีของการทำเลเซอร์หน้าใส

การทำเลเซอร์หน้าใส เป็นการนำเทคโนโลยีที่สามารถดูแลผิวพรรณบนใบหน้าได้อย่างครบครัน เพื่อย่นระยะเวลาของการผลัดเซลล์ผิวของร่างกาย จึงมีประสิทธิภาพในการรักผิวหน้าได้อย่างครอบคลุม เช่น

  • ช่วยลดรอยแดง ลดรอยดำ และลดการอักเสบที่เกิดจากสิว
  • ช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดำบนใบหน้า จึงทำให้ผิวหน้าที่ดูโทรม หมองคล้ำกลับมากระจ่างสดใสได้อีกครั้ง
  • มีประสิทธิภาพช่วยลดรอยแผลเป็น ที่ทิ้งรอยหมองคล้ำไว้บนผิวหน้า
  • ช่วยให้เห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ครั้งแรกหลังการทำ และเป็นวิธีที่ไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อผิว ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเนื่อจากการทำเลเซอร์ เป็นการปรนนิบัติผิวที่ไม่ทำให้เกิดรอยแผล

ข้อเสียของการทำเลเซอร์หน้าใส

  • หลังทำเลเซอร์หน้าใส อาจเกิดอาการบวมแดง ผิวอักเสบ รู้สึกปวดบวมได้ แต่จะสามารถเหล่านนี้ก็สามาถหายได้เอง หรือสามารถช่วยประคบเย็นและทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการได้
  • การทำเลเซอร์อาจมีราคาที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของพลังงาน และตัวเครื่องที่ใช้

Q&A: เลเซอร์หน้าใส

เลเซอร์หน้าใสควรทำเดือนละกี่ครั้ง

ผลลัพธ์ของการทำเลเซอร์หน้าใส จะขึ้นอยู่กับประเภทของเลเซอร์ที่ใช้ และสภาพปัญหาผิวของคนไข้ แต่โดยปกติทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้ควรทำอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 3-5 ครั้ง โดยแต่และครั้งควรห่างกันประมาณ 4-6 สัปดาห์ ซึ่งควรทำประมาณ 1-2 ครั้งต่อ 1 เดือน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างชัดเจน

เลเซอร์หน้าใส อันตรายไหม?

การเลเซอร์หน้าใสไม่สามารถเป็นอันตรายต่อผิวหนังได้ เพราะพลังงานจากเลเซอร์ที่นำมาใช้มีความอ่อนโยนต่อผิว ไม่มีการทำร้ายผิวโดยรอบ ไม่เกิดอาการเบิร์นหรือผิวไหม้หลังการรักษา จึงสามารถ ให้ความมั่นใจต่อการใช้บริการเลเซอร์หน้าใสได้ทุกครั้ง เพราะหัตถการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของการใช้เครื่องเลเซอร์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

เลเซอร์หน้าใสบ่อยๆ ทําให้หน้าบางหรือไม่?

การเลเซอร์หน้าใสไม่สามารถทำให้ผิวหน้าบางลงได้ เนื่องจากพลังของเลเซอร์ไม่มีการทำร้ายผิวชั้นบน แต่เป็นการใช้ที่ช่วยปรับสภาพผิว เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวให้มีการสร้างเซลล์ผิวใหม่ให้ได้ผิวที่เรียบเนียนขาวสว่างใสอยู่เสมอ

สรุป

การเลเซอร์หน้าใสเป็นการรักษาให้ผิวหน้าดูดีขึ้น เพื่อช่วยลดความหมองคล้ำ เพิ่มการกระชับรูขุมขนให้เล็กลง นับว่าเป็นหัตถการที่สามารถให้เห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน แต่ในปัจจุบันเครื่องเลเซอร์หน้าใสมีให้เลือกมากมายหลายชนิด แต่สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ Ablative Laser Resurfacing เป็นเลเซอร์แบบลอกผิว และ Non-ablative Laser Resurfacing แบบที่ไม่ทำให้เกิดแผล ซึ่งมีคลื่นความยาวและค่าของพลังงานที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงควรมีการศึกษาในเรื่องของพลังงานจากเครื่องเลเซอร์อย่างละเอียด และเลือกทำในคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้บริการ เพื่อทำการรักษาได้อย่างเหมาะสมกับทุกปัญหาผิว