ฉีดฟิลเลอร์คาง อย่างไรให้ปลอดภัย

ฉีดฟิลเลอร์คาง


วันที่อัพเดท

การฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นการเสริมคางปรับรูปหน้าโดยใช้สารเติมเต็มชนิด Hyaluronic Acid เข้าเสริมชั้นในผิวหนังและใต้ผิวหนัง จึงสามารถเห็นผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลงได้ทันที โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีรอยแผลเป็น ซึ่งถือเป็นวิธีแก้ไขปัญหาคางตัด คางบุ๋ม คางไม่เข้ารูปได้อย่างตรงจุดและปลอดภัย แต่ก่อนจะฉีดฟิลเลอร์คาง หมอจะพามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าฟิลเลอร์คางควรมีคุณสมบัติอย่างไร เพื่อให้การฉีดฟิลเลอร์คางมีความเป็นธรรมชาติจะต้องเลือกฉีดฟิลเลอร์คางยี่ห้อไหนดี แต่ละยี่ห้อมีคุณสมบัตอย่างไร? อยู่ได้นานแค่ไหน? และการฉีดฟิลเลอร์คางต้องใช้กี่ CC

ฟิลเลอร์ (filler) คาง คืออะไร ?

การฉีดฟิลเลอร์คือ คือ การฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮ ยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือสาร HA เข้าไปในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูกบริเวณคาง เพื่อเสริมคางให้มีความสมดุล และช่วยปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนสวยงามมากยิ่งขึ้น ซึ่งไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) เป็นสารที่มีความปลอดภัยสูง สามารถย่อยสลายไปได้เองโดยไม่ตกค้าง เนื่องจาก HA เป็นสารธรรมชาติชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในร่างกาย ถูกสร้างขึ้นบริเวณผิวหนังชั้นใน (Dermis) และในเนื้อเยื่อต่างๆของร่างกาย ซึ่งมีหน้าที่ช่วยยึดจับโปรตีนคอลลาเจนเข้าไว้ด้วยกัน และช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิว

สัดส่วนของคางที่ดี และถูกหลักโหงวเฮ้ง มีลักษณะอย่างไร

สัดส่วนของคางที่เหมาะสม

โหงวเฮ้งคาง (ตี่เก๊าะ) ตามหลักความเชื่อลักษณะคางที่ดีและถูกหลักโหงวเฮ้งจะต้องได้รูปกำลังดี ไม่สั้นและหุบจนเกินไปคางกลมมน รูปไข่ สัดส่วนรับกับใบหน้า โดยมีสัดส่วนคางประมาณที่ 0.8 ส่วน ซึ่งถือว่าเป็นรูปคางที่บ่งบอกถึงความโอบอ้อมอารี สมถะถ่อมตัว รูปคางช่วยเรียกทรัพย์ ทำให้มีวาสนา ร่ำรวยทรัพย์สินในระยะยาวจะไม่ลำบาก มีเงินใช้ไม่ขาดมือ

ฉีดฟิลเลอร์คาง ช่วยแก้ปัญหาเรื่องอะไรบ้าง ?

การฉีดฟิลเลอร์คางเป็นการปรับรูปหน้าส่วนล่างให้มีความสมดุลมากยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด ใช้เวลาน้อย ช่วยแก้ไขปัญหาคางสั้น คางบุ๋ม คางตัด คางถอย ใบหน้าดูบาน ขาดความสมดุล ให้ดูเรียวยาวขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น

ใครบ้างที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์คาง?

การฉีดฟิลเลอร์คางเป็นหัตถการอย่างหนึ่ง ที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนเทียบเท่ากับการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางเลยก็ว่าได้ ซึ่งหมอพิจารณาและมีความเห็นว่าเหมาะสำหรับกลุ่มคนที่มีความกังวลในเรื่องต่างๆ ดังนี้

  • เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากผ่าตัดเสริมคาง เนื่องจาก กลัวเจ็บ หรือกังวลว่าจะมีรอยแผลเป็น
  • เหมาะกับคนที่ต้องการสะดวก รวดเร็วในการปรับรูปคาง
  • เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลามากพอในการพักฟื้นหลังผ่าตัด
  • เหมาะกับผู้ที่มีรูปคางที่ไม่สั้นจนเกินไป
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีคางบุ๋ม คางตัด คางไม่เท่ากัน

ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์คาง?

การฉีดฟิลเลอร์คางถึงแม้จะเป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย แต่ก็ยังมีข้อยกเว้นที่หมอไม่แนะนำให้ฉีดสำหรับบุคคลบางกลุ่มเช่น

  • ไม่เหมาะกับคนมีปัญหาคางสั้นมากๆ และต้องการเสริมคางให้ได้ยาวๆ
  • ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการผลลัพธ์ถาวร เพราะฟิลเลอร์คางจะสลายไปเองตามธรรมชาติ
  • ไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้อย่างรุนแรง
  • ไม่เหมาะกับคนที่มีปัญหาเลือดออกง่าย หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่มีประวัติแพ้ยาชา และสตรีมีครรภ์

ฉีดฟิลเลอร์คางปลอดภัยมากแค่ไหน

การฉีดคางด้วยฟิลเลอร์เป็นการปรับรูปคางที่มีความปลอดภัย เนื่องจากฟิลเลอร์ที่เป็นสารไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) ที่ถูกสร้างขึ้นมาเรียนแบบคอลลาเจนที่อยู่ในร่างของมนุษย์ จึงไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และสามารถถูกย่อยสลายได้ด้วยเอนไซม์ในร่างกาย หรือ Hyaluronidase โดยไม่ตกค้างในร่างกาย จึงไม่เกิดผลข้างเคียงร้ายแรง และสามารถฉีดเติมได้เรื่อยๆ โดยไม่เป็นอันตราย

ฉีดฟิลเลอร์คาง กับ เสริมคาง แบบไหนดีกว่ากัน

ฉีดฟิลเลอร์ที่คาง กับ เสริมคาง

การฉีดฟิลเลอร์คางและการเสริมคางเป็นวิธีที่จะช่วยปรับรูปคางให้เรียวยาวขึ้นได้เหมือนกัน แต่ทั้ง 2 วิธีนี้อาจมีข้อจำกัด และความเหมาะสมที่แตกต่างกันดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกให้เหมาะสมกับปัญหาและความต้องการดังนี้

  • ฉีดฟิลเลอร์คาง การฉีดฟิลเลอร์คางเป็นหัตถการที่ช่วยเสริมคางแบบชั่วคราว โดยการฉีดสารเติมเต็มไฮ ยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) ลงในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก ซึ่งสามารถออกแบบและปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ตามที่ต้องการ ที่สำคัญหากฉีดไปแล้วไม่ชอบทรงก็สามารถฉีด Hyaluronidase เพื่อสลายได้ทันทีโดยไม่มีผลข้างเคียง แต่วิธีนี้จะไม่สามารถเสริมคางให้ยาวขึ้นได้มากเกิน 1 เซนติเมตร และผลลัพธ์จะอยู่ได้เพียง 6-18 เดือนเท่านั้น
  • ผ่าตัดเสริมคาง การเสริมคางเป็นการผ่าตัดเสริม Silicone เข้าไปใต้เยื่อหุ้มกระดูก เพื่อให้ซิลิโคนติดแน่นกับกระดูกไม่สามารถโยก ซึ่งวิธีนี้ถือเป็นการเสริมคางที่ให้ผลลัพธ์แบบถาวร และสามารถเพิ่มความยาวของคางได้มากกว่า 1 เซนติเมตร แต่หลังการเสริมคางหากไม่ชอบทรงจะต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัดเท่านั้น และวิธีนี้มีข้อจำกัดคือ หากขาซิลิโคนมีความยาวออกมาด้านข้างมากเกินไป อาจทำให้กดทับ mental foramen ที่เป็นรูทางออกของเส้นประสาท ส่งผลทำให้ปากเบี้ยวได้

เคยฉีดฟิลเลอร์แล้วอยากผ่าตัดเสริมคางได้ไหม?

ฉีดฟิลเลอร์คาง แล้วผ่าตัดเสริมคางได้หรือไม่

หลังจากที่เคยฉีดฟิเลอร์คางไปแล้ว แต่ต้องการเปลี่ยนใจเสริมคางด้วยซิลิโคนก็สามารถทำได้ เพียงแต่จะต้องให้แพทย์ทำการประเมินเนื้อเยื่อก่อน หากพบว่ายังมีเนื้อฟิลเลอร์ที่เคยฉีดเข้าไปหลงเหลืออยู่ แพทย์จะทำการฉีดสลายฟิลเลอร์ออกให้หมดก่อน จึงจะสามารถผ่าตัดศัลยกรรมได้ แต่หากเป็นสารเติมเต็มชนิดอื่นเช่น ซิลิโคนเหลว หรือพาราฟิน จะไม่สามารถฉีดสลายได้จำเป็นต้องทำการผ่าตัดเพื่อทำการขูดออกเท่านั้น

ฉีดฟิลเลอร์คาง ยี่ห้อไหนดี แต่ละยี่ห้ออยู่ได้นานแค่ไหน?

เนื่องจากบริเวณคางเป็นจุดที่มีการขยับบ่อย ดังนั้นฟิลเลอร์ที่เหมาะสมจะต้องมีความคงตัวสูง เนื้อแน่น ไม่ฟู เพื่อให้ปั้นเป็นทรงได้สวย ซึ่งฟิลเลอร์ที่หมอแนะนำสำหรับการฉีดคางมีดังนี้

  1. Belotero Intense
    ฟิลเลอร์สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ มีจุดเด่นตรงที่มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับการเสริมต่อบริเวณกระดูกหรือกล้ามเนื้อที่มีการยุบตัว จึงเหมาะสำหรับการแก้ปัญหาร่องลึก ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ สามารถคงสภาพได้นาน 18 เดือน
  2. Restylane Perlane Lyft
    ฟิลเลอร์สัญชาติสวีเดน ที่ได้รับอนุญาตจาก อย. โดย Restylane Perlane Lyft เป็นรุ่นที่มีส่วนผสมของยาชาอยู่ในตัวจึงทำให้ไม่รู้สึกเจ็บ สามารถยกพยุงผิวได้ใกล้เคียงกับกระดูก เนื่องจากมีคุณสมบัติเนื้อแข็ง ไม่ฟู ไม่อุ้มน้ำ มีค่าความแข็งสูง จึงเหมาะสำหรับการฉีดเสริมคาง สามารถคงสภาพอยู่ได้นาน 12 เดือน
  3. Juvederm Voluma
    ฟิลเลอร์สัญชาติอเมริกา ที่มีคุณสมบัติเนื้อแข็ง เนื้อฟูปานกลาง มีความยืดหยุ่นและมีความหนาแน่นสูง มีโมเลกุลขนาดใหญ่ สามารถปั้นง่าย ฉีดแล้วไม่ไหล และสามารถอุ้มน้ำได้มาก จึงเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูง สามารถคงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 18 เดือน
  4. Juvederm Volux
    ฟิลเลอร์สัญชาติอเมริกา ซึ่ง Juvederm Volux อีกรุ่นหนึ่งจากยี่ห้อ Juvederm ที่ขึ้นชื่อในเรื่องคุณสมบัติที่มีเนื้อแข็ง มีความหนาแน่นของโมเลกุลสูง ทำให้ขึ้นรูปได้ง่ายปั้นทรงสวย ฉีดแล้วมีความเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน มีความคงตัวสูง อยู่ได้นาน 18-24 เดือน
  5. Neuramis
    ฟิลเลอร์สัญชาติเกาหลี ที่ผ่านมาตรฐานจากอ.ย. เนื้อเจลมีความแข็งปานกลาง อิ่มฟู กลืนเข้ากับผิวได้ดี ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ซึ่ง Neuramis เป็นฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมของยาชา จึงช่วยบรรเทาอาการเจ็บในขณะฉีดได้ระดับหนึ่ง สามารถอยู่ได้นาน 6-24 เดือน

ฉีดฟิลเลอร์คาง 1CCกับ 2CC ต่างกันอย่างไร ใช้กี่ CC ถึงเห็นผล

การฉีดฟิลเลอร์คางโดยปกติจะใช้ในปริมาณ 1-2 CC ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจขอแพทย์ ปัญหาและความต้องการของคนไข้ เช่น หากคนไข้ต้องการฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับให้มีรูปคางที่สวยงามขึ้นโดยไม่ได้มีปัญหาคางสั้น คางบุ๋ม คางตัด หรือคางถอย การเติมฟิลเลอร์คางเพียง 1 CC ก็สามารถให้ผลลัพธ์ที่สวยงามได้ แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาคางสั้น คางบุ๋ม คางตัด หรือผู้ที่ต้องการคางที่มีความยาว แพทย์อาจมีการพิจารณาใช้ฟิลเลอร์เพิ่มเป็น 2 CC นั่นเอง

ฉีดสลายฟิลเลอร์คาง

การฉีดสลายฟิลเลอร์คาง (Dissolving Filler) คือ การฉีดไฮยาลูโรนิคเดส (Hyaluronidase) หรือ (HYAL) เข้าไปในบริเวณคางด้วยปริมาณใกล้เคียงกับสารฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไป โดยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสจะสามารถย่อยลายฟิลเลอร์ให้กลายเป็นของเหลว ทำให้ร่างกายสามารถขับออกไปได้ด้วยกระบวนการขับของเสีย ซึ่งสามารถเห็นได้ตั้งแต่ 15-20 นาทีหลังการฉีด ว่าฟิลเลอร์เริ่มยุบตัวลงและนิ่มลงบางส่วน แต่จะสามารถเห็นผลที่ชัดเจนมากที่สุดได้ภายใน 3-7 วัน

อาการและผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์คาง

การและผลข้างเคียงของการฉีดฟิลเลอร์คางสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่

อาการและผลข้างเคียงปกติ เช่น หลังฉีดฟิลเลอร์คาง อาจมีอาการบวมช้ำ มีผื่นหรือจุดแดงจากรอยเข็มในบริเวณที่ฉีด และอาจมีอาการปวดได้ ซึ่งจะค่อย ๆ หายไปได้เองใน 3-5 วัน
อาการและผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ เช่น อาจมีอาการแพ้ฟิลเลอร์ ทำให้ฟิลเลอร์จับตัวกันเป็นก้อน บวมแดง มีอาการร้อน ตุ่มคัน มีหนองซึ่งจากการอักเสบหรือติดเชื้อหลังฉีดฟิลเลอร์ หรือในบางกรณีอาจเกิดเส้นเลือดอุดตัน ทำให้ตาบอด หรือเกิดภาวะเนื้อตายได้ มักพบในผู้ที่ฉีดกับหมอกระเป๋า หรือแพทย์ที่ขาดประสบการณ์

ฉีดฟิลเลอร์คาง บวม เป็นก้อนเกิดจากอะไร ?

ฉีดฟิลเลอร์ที่คางแล้วเป็นก้อนเพราะอะไร

ฉีดฟิลเลอร์ฟิลเลอร์คาง แล้วบวมเป็นก้อนสามารถเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น

  1. เกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ด้วยเทคนิคที่ไม่เหมาะสม หรือฉีดฟิลเลอร์ในชั้นผิวที่ตื้นเกินไป คางดูย้วยเป็นก่อน เนื่องจากถูกกล้ามเนื้อดึงฟิลเลอร์คางมารวมกัน
  2. เกิดจากการติดเชื้อ เนื่องจากมีขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ที่ไม่สะอาด หรือการเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน (พบมากกับคนที่ฉีดฟิลเลอร์กับหมอกระเป๋า)
  3. การเลือกเนื้อฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสมกับบริเวณที่ฉีด ทำให้คางเป็นก้อนขาดความเป็นธรรมชาติ
  4. ฉีดฟิลเลอร์คางในปริมาณที่มากเกินไป ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ฟิลเลอร์ไหลเป็นก้อน จนคางผิดรูปได้

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์คาง

เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงหลังการฉีดฟิลเลอร์คาง หรือเกิดผลกระทบต่อผลลัพธ์ที่ได้ หมอขอแนะนำให้ผู้เข้ารับบริการเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์คางให้ถูกต้องดังนี้

  1. ศึกษาข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์คางอย่างละเอียด เลือกฉีดกับคลินิกที่ได้มาตรฐานใช้ฟิลเลอร์แท้ ทำหัตถการโดยแพทย์ที่ใช้เทคนิคในการฉีดถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่คุ้มค่า
  2. งดยายาต้านการอักเสบ (NSAIDs) ได้แก่ Ibruprofen, Naproxen หรือวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น วิตามินอี น้ำมันอิฟนิ่งพริมโรส น้ำมันปลา ใบแปะก๊วย กระเทียม และสารสกัดจากโสม อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  3. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดการสูบบุหรี่ก่อนฉีดฟิลเลอร์คาง 1-3วัน
  4. นอนหลับให้ครบ 8 ชั่วโมง และวันที่เข้ารับการฉีดสุขภาพร่างกายจะต้องแข็งแรงเป็นปกติดี
  5. ไม่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรเพื่อไม่ส่งผลกระทบที่อาจขึ้นได้กับทารก
  6. งดการใช้ชาที่มีคุณสมบัติผลัดเซลล์ผิว รวมถึงงดการดึง โกน และการแว็กซ์ขนบริเวณคาง
  7. งดการทำเลเซอร์ที่ใช้ความร้อนกับผิวและงดการนวดหน้าอย่างน้อย 3-7 วัน ก่อนการฉีดฟิลเลอร์คาง

หลังฉีดฟิลเลอร์คาง มีวิธีการดูแลตัวเองอย่างไร ?

หลังการฉีดฟิลเลอร์คางการดูแลตัวเองถือเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นๆ เนื่องจากการดูแลตัวเองที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้เสี่ยงต่อการอักเสบ ติดเชื้อ และทำให้คางผิดรูปได้ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการฉีดฟิลเลอร์คาง คนไข้ควรดูแลตัวเองตามขั้นตอนดังนี้

  1. หลังฉีดฟิลเลอร์ควรดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้วต่อวัน เนื่องจากฟิลเลอร์ที่เป็นสารอุ้มน้ำ การดื่มน้ำเยอะๆจึงช่วยให้ฟิลเลอร์อิ่มฟูเป็นธรรมชาติ และอยู่ได้นานยิ่งขึ้น
  2. หลังฉีดฟิลเลอร์อาจมีอาการบวมช้ำจากรอยเข็มและจากตัวฟิลเลอร์ แนะนำให้ประคบเย็นอย่างเบามือในบริเวณรอบๆเพื่อลดอาการบวม
  3. รับประทานยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาฆ่าเชื้อที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดเพื่อลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง และคอยหมั่นสังเกตอาการหลังฉีดฟิลเลอร์ หากมีความผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ผู้ทำหัตถการทันที
  4. ฉีดฟิลเลอร์คางในปริมาณที่มากเกินไป ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ฟิลเลอร์ไหลเป็นก้อน จนคางผิดรูปได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์คาง (FAQs)

เคยฉีดฟิลเลอร์แล้วเสริมคางได้ไหม?

สามารถทำได้ แต่ต้องมีการสลายฟิลเลอร์เดิมให้หมดก่อน จากนั้นแพทย์จะเลาะพังผืดออกไปก็จะสามารถเสริมคางได้ตามปกติ

ฉีดฟิลเลอร์คาง เจ็บไหม?

การฉีดฟิลเลอร์คางไม่จำเป็นต้องแปะยาชา เนื่องจากในฟิลเลอร์ส่วนมากมียาชาผสมแล้ว แต่ในระหว่างการทำหัตถการคนไข้อาจรู้สึกเจ็บและตึงเล็กน้อยที่บริเวณคาง แต่เป็นความรู้สึกที่สามารถทนได้เพราะใช้เวลาไม่นาน

ฉีดฟิลเลอร์คาง อยู่ได้นานแค่ไหน

การคงสภาพหลังการฉีดฟิลเลอร์คางจะอยู่ได้ประมาณ 18-24 เดือน ขึ้นอยู่กับขนาดโมเลกุล จำนวนพันธะ เทคนิคการฉีดของแพทย์ และการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคลร่วมด้วย

ฟิลเลอร์คาง กี่วันเข้าที่ บวมกี่วัน ?

หลังฉีดฟิลเลอร์อาจมีอาการบวมอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 3 วันแรกจากนั้นอาการบวมก็จะค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆ และเมื่อผ่านไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ ฟิลเลอร์คางก็จะเริ่มเข้ากลมกลืนไปกับผิว และหลังการฉีด 1 เดือนก็จะได้ผลลัพธ์เข้าที่ดูสวยเป็นธรรมชาติ

ฟิลเลอร์คาง สลายเองได้ไหม

หากฉีดด้วยฟิลเลอร์แท้ หลังการฉีดฟิลเลอร์จะสามารถสลายไปได้เองตามระยะเวลา จากการย่อยสลายของเอนไซม์ในร่างกาย แต่หากต้องการแก้ไขแบบเร่งด่วน ก็สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ ด้วยตัวยา Hyaluronidase เพื่อทำให้ฟิลเลอร์ละลายออกได้หมด 100% ใน7-14 วันโดยไม่มีผลข้างเคียง

ฉีดฟิลเลอร์คางที่ กังนัม ดีและต่างจากที่อื่นอย่างไร

กังนัมคลินิกเลือกใช้ฟิลเลอร์ของแท้ที่ผ่านมาตรฐานการรับรองจาก อ.ย. สามารถตรวจสอบได้ มีการแกะกล่องยาใหม่ต่อหน้าคนไข้ทุกครั้ง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ จึงทำให้คนไข้ได้รับการประเมินและปรับรูปคางได้อย่างเหมาะสม และฉีดฟิลเลอร์ด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง หลังการฉีดจึงได้คางที่สวยงามเป็นธรรมชาติไม่เป็นก่อน และมีความปลอดภัยสูง

ฟิลเลอร์คาง ราคา Promotion ที่กังนัม

ที่กังนัมคลินิกมีโปรโมชั่นฉีดฟิลเลอร์คางให้เลือกหลายยี่ห้อตามงบประมาณ เช่น

  • ฉีดฟิลเลอร์คาง Juvederm 1cc = 10,693 บาท
  • ฉีดฟิลเลอร์คาง Restylane 1cc = 8,623 บาท
  • ฉีดฟิลเลอร์คาง Belotero เริ่มต้น 1cc = 7,896 บาท
  • ฉีดฟิลเลอร์คาง Neuramis เริ่มต้น 1cc = 5,966 บาท

ฉีดฟิลเลอร์คางรีวิว

สรุป

การฉีดให้ออกมาสวยงามเป็นธรรมชาติ จะต้องมีการฉีดใบปริมาณที่พอดี เพื่อให้สัดส่วนที่มีความสมดุลไม่ยาวมากเกินไป ซึ่งปริมาณที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำคือความยาวต้องไม่เกิน 1 เซนติเมตร ฟิลเลอร์ที่ใช้ต้องเป็นฟิลเลอร์ที่มีความหนาแน่นของโมเลกุลสูง ความยืดหยุ่น เนื้อแข็ง สามารถปั้นทรงง่าย และที่สำคัญจะต้องฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยเทคนิคการเติมฟิลเลอร์ลงไปในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูกเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้คางย้อยเป็นก้อน